8 ปัจจัยการปลูกกัญชาให้ได้ดอกกัญชาระดับ
Top shelf 100%

การปลูกกัญชาใครๆก็ปลูกได้ แต่การปลูกให้ได้ระดับ Top shelf ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถปลูกได้หากคุณไม่ทราบรายละเอียดการปลูกกัญชา

     การปลูกกัญชาสามารถปลูกได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าการปลูกในดินกลางแจ้ง (Outdoor) การปลูกในที่ร่มควบคุมแสงไฟ อุณหภูมิและความชื้น (Indoor) โดยใช้วัสดุปลูกขุยมะพร้าว (COCO) หรือการปลูกโดยใช้น้ำ (Hydoponics) วิธีการปลูกเดียวที่จะทำให้ต้นกัญชาของคุณได้ดอกกัญชา Top shelf คือการปลูกในที่ร่มควบคุมแสงไฟ อุณหภูมิและความชื้น อย่างไรก็ตามยังมีอีก 8 ปัจจัยการปลูกในที่ร่มที่ต้องคำนึงเพื่อให้การปลูกกัญชาของคุณได้ดอกกัญชาในระดับ Top shelf

  1. ใช้เมล็ดพันธุ์กัญชาที่มีพันธุกรรมที่ดี

     เลือกซื้อหรือเลือกใช้เมล็ดพันธุ์กัญชาที่เป็นเพศเมียและมีพันธุกรรมที่ดี โดยเลือกจากร้านที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ต้นกัญชาของคุณมีลักษณะรูปร่าง และเอฟเฟคเป็นไปตามที่เราต้องการ การใช้เมล็ดสายพันธุ์ที่มีพันธุกรรมที่ดีมีชัยไปมากกว่าครึ่ง ส่วนเทคนิคการปลูก การให้แสงไฟ หรือปัจจัยต่างๆ ขึ้นอยู่กับนักปลูก (Grower) เองที่ดึงประสิทธิภาพดอกกัญชาออกมาได้สูงสุดหรือไม่ แต่นักปลูกไม่สามารถเอาชนะพันธุกรรมของเมล็ดกัญชาได้

เมล็ดกัญชา, เมล็ด, กัญชา, ใกล้ชิด, แมโคร, อาหาร, ภูมิหลัง,  มุ่งเน้นไปที่เบื้องหน้า, ดื่ม, คาเฟอีน, กอง | Pikist

  1. ปลูกในที่ร่ม (Indoor) โดยใช้ไฟปลูกขั้นเทพ

     หากคุณมีเมล็ดพันธุ์กัญชาที่ดีแล้ว พืชกัญชาต้นนั้นก็มีศักดิยภาพที่จะออกดอกกัญชาในระดับ Top shelf อย่างไรก็ตามการจะได้ดอกกัญชาในระดับ Top shelf นั้นจะต้องปลูกกัญชาในที่ร่ม ใช้ไฟปลูกต้นไม้ที่คุณภาพสูงอย่างไฟ LED ให้แสงไฟสำหรับต้นกัญชาและตั้งเวลาเปิดปิดไฟตามช่วงวัยของกัญชาอย่างเหมาะสม ควรคำนึงอัตราส่วนพื้นที่การปลูกเพื่อให้แสงไฟส่องถึงทุกช่อดอกอย่างเพียงพอ เพื่อให้ผลผลิตออกมาเป็นดอกกัญชา Top Shelf ทุกกิ่งของกัญชา

กองทุนชดเชยผลกระทบด้านพลังงาน | เมือง Boulder

  1. การให้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมช่วยให้กลายเป็นดอกระดับ Top shelf ได้ง่ายขึ้น

     การเพิ่มคุณภาพของต้นกัญชา และเร่งการเจริญเติบได้ดีที่สุดนอกจากการให้แสงไฟคุณภาพสูงอย่างเหมาะสมแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ควรคำนึงคือการให้ปุ๋ยในแต่ละช่วงวัยอย่างเหมาะสมด้วย ถ้าหากคุณให้แสงไฟต้นกัญชาในปริมาณสูงโดยที่ดินของต้นกัญชาของคุณมีสารอาหารไม่เพียงพอ ต้นกัญชาจะเติบโตได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ปุ๋ยหลักที่ควรใช้คือปุ๋ยที่มีสารอาหาร N P K หรือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ครบถ้วน

  • ไนโตรเจน (N) พืชกัญชาต้องการไนโตรเจนจำนวนมากในการเจริญเติบโตในช่วงทำใบ แต่ต้องการน้อยลงในช่วงทำดอก
  • ฟอสฟอรัส (P) มีความจำเป็นมากในการสร้างดอกระดับ Top shelf เพราะเป็นสารอาหารสำคัญที่พืชกัญชาต้องใช้ในช่วงทำดอก
  • โพแทสเซียม (K) เป็นสารอาหารที่มักจจะโดนมองข้ามในช่วงทำดอก แท้จริงแล้วโพแทสเซียมสำคัญเช่นกันในช่วงทำดอกเพราะมีส่วนช่วยเพิ่มขนาดของดอกกัญชาใหญ่ขึ้นและหนาแน่นขึ้นด้วย

     อย่างไรก็ตามการให้วิตามินและอาหารเสริมนอกเหนือจากสารอาหารหลักอย่างปุ๋ยรองมีความจำเป็นเช่นกัน เพราะมีส่วนช่วยให้ต้นกัญชาโตแข็งแรง ทนต่อโรคพืชและแมลง เช่น ปุ๋ย B-52, Rhino Skin (ปุ๋ย Advanced Nutrients) หรือเพิ่มขนาดดอก กลิ่นและรสชาติ เช่น ปุ๋ย Big Bud, Bud Candy, Overdrive, Bud Factor X (ปุ๋ย Advanced Nutrients)

  1. ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นมีผลต่อ Top shelf ถึง Excotics

หากคุณต้องการปลูกกัญญาตั้งแต่ Top shelf ถึง Excotics คุณจะต้องควบคุมและจัดการอุณหภูมิให้อุณหภูมิกลางวันอยู่ที่ประมาณ            18-26 องศาเซลเซียสจึงจะเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสม หากคุณใช้ CO2 นักปลูกส่วนใหญ่แนะนำให้คุณลดอุณหภูมิลงลงเหลือ 18-26 องศาเซลเซียสเช่นกันในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเก็บเกี่ยว อุณหภูมิกลางคืนควรอยู่ที่ประมาณ 20-24 องศาเซลเซียส หากคุณปลูกกัญชาสายพันธุ์ทีมีสีสันที่แปลกใหม่ การที่จะทำให้พืชกัญชานั้นแสดงสีของมันเองอย่างแท้จริง อุณหภูมิในตอนกลางคืนจะต้องลดลงอีก 2-3 องศาเซลเซียส

  1. ต้องมีอากาศหมุนเวียนเมื่อคุณต้องการดอกระดับ Top shelf

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับการปลูกดอกกัญชาระดับ Top shelf คือคุณภาพอากาศซึ่งเป็นส่วนเสริมจากการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น การไหลเวียนของอากาศและการระบายอากาศที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพืชกัญชา คุณอาจจะใช้พัดลม 2 ตัว สำหรับการปลูกพืช    2-3 ต้น

  1. เก็บเกี่ยวดอกในช่วงเวลาที่ถูกต้อง

การเก็บเกี่ยวดอกกัญชาเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ หากคุณเก็บเกี่ยวในช่วงที่ไตรโคม (Trichomes) เป็นสีใสจะได้รับสารต่างๆที่มีอยู่ในไตรโคมไม่เต็มที่เป็นระยะที่ไม่ควรเก็บเกี่ยว หรือถ้าคุณเก็บเกี่ยวตอนที่ไตรโคมมีสีอำพัน (Amber) ทั้งหมด ไตรโคมจะแก่เกินไป วิธีการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมคือ เมื่อเราเห็นไตรโคมเปลี่ยนเป็นสีขุ่น 80%+ ก็เริ่มฟรัชด้วยน้ำเปล่าที่ปรับ pH ประมาณ 1-2 สัปดาห์ จนกว่าจะได้ปริมาณไตรโคมสีชาที่พอใจ หลังจากนั้นเก็บเกี่ยวได้เลย

ตัดดอกกัญชา เตรียมผลิตยาส่งร.พ. พร้อมให้ความรู้ การปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป

  1. ตากแห้งดอกหลังจากเก็บเกี่ยวอย่างมืออาชีพ

     หลังจากการเก็บเกี่ยวดอกกัญชาในช่วงเวลาที่ถูกต้องแล้ว การตากแห้งก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่แพ้กันเลย ควรตากแห้งต้นกัญชาของคุณที่ตัดแต่งบางส่วนเรียบร้อยแล้วให้แห้งอย่างช้าๆ โดยการคว่ำต้นลงในตอที่แขวนเพื่อการตาก ในอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนเกินไปหรือหนาวเกินไป มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกและสะอาด ปล่อยให้แห้งอย่างช้าๆ 5-10 วัน การทำให้ต้นกัญชาแห้งเกินไปจะส่งผลให้กลิ่น Terpenes ของกัญชาหายไปและจะมีกลิ่นเหมือนหญ้าสด วิธีการที่จะทำให้ต้นกัญชาไม่แห้งเร็วเกินไปคือทิ้งก้านไว้ก่อนหลังจากเก็บเกี่ยว ตัดก้านออกเมื่อต้นกัญชาตากแห้งเสร็จแล้วเท่านั้น

วิธีทำ การตากกัญชา ให้แห้งและการบ่มกัญชา - Thai Ganja |  เว็บไซต์ข้อมูลเกี่ยวกับกัญชา

  1. บ่มอย่างเหมาะสมช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่น

หลังจากการต้นกัญชาตากแห้งเสร็จแล้ว ยังเหลือกระบวนการสุดท้ายที่สำคัญมากเช่นกันคือ การบ่ม แต่ก่อนจะนำกัญชาไปบ่มควรตัดแต่งดอกกัญชาให้เรียบร้อยแล้ว การบ่มดอกกัญชาที่ดีจะช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นของดอกกัญชาให้ชัดยิ่งขึ้น ลดกลิ่นเขียว การบ่มกัญชาทำได้โดยการใส่ขวดโหลใช้ซองควบคุมความชื้นร่วมด้วยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและป้องกันเชื้อราหลังจากนั้นนำขวดโหลไปเก็บไว้ในที่มืด ใช้ระยะเวลาในกระบวนนี้อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์หรือ 1 เดือน ตลอดกระบวนการบ่มควรเปิดโหลบ้างเพื่อถ่ายเทอากาศ

วันที่โพสต์ : 19 มกราคม 2024